วันศุกร์

ใครทำสังคมปั่นป่วน?


พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ที่ย้ายข้ามฝากมาจาก DSI

วัดพระธรรมกายสร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์

ให้เป็น"บุญสถาน"สำหรับผู้ที่ต้องการมาแสวงบุญ

อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นจะสร้างพระหรือศาสนทายาท

เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ชาติไทย

โดยใส่ใจทั้งคันถธุระคือการส่งเสริมให้เล่าเรียนบาลี

จนมี"ผลสอบ"เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วทั้งสังฆมณฑล

แต่สุดแสน"พิกล"ด้วยข้อหาว่าสอนผิดพระธรรมวินัย

อีกทั้งวิปัสสนาธุระก็จัดเตรียมสถานที่ให้แก่สาธุชน

ผู้มีความรักใคร่ในการประพฤติปฏิบัติธรรม

ได้มีโอกาสปลีกวิเวกหลีกเร้นไปหลับตาทำสมาธิ

เพื่อจะได้เพิ่มพลังใจกลับมาต่อสู้กับชีวิตประจำวัน

ช่างน่า"ขบขัน"ที่สถานที่เหล่านั้นกลับถูกห้ามมิให้ใช้

ทั้งยังส่งเสริมเยาวชนของชาติให้มีโอกาสศึกษาธรรม

โตขึ้นเป็นอนาคตของชาติที่มีทั้งความเก่งและความดี

แต่"ผลงาน"เหล่านี้กลับถูกมองว่ากำลังมอมเมาสังคม

จากคดีส่วนบุคคลจนมาเป็นการ"ปิดล้อม"ธรรมกาย

และวันนี้ยังขยายผลไปสู่การควบคุมบริหารจัดการวัด

ใครกันแน่ที่กำลังทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย.???

วัดพระธรรมกายมิเคยยกพวกไปเดินขบวนเรียกร้อง

หรือพยายามจะก่อความไม่สงบใดๆขึ้นในสังคม

มีแต่ถูกฝ่ายจนท.รัฐที่พยายามจะเอาเรื่องความมั่นคง

สร้างกระแสมาโยนลงไว้ที่พระและวัดพระธรรมกาย.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สร้างสรรค์หรือทำลาย



พ.ต.ท.พงศ์พร ผอ.พศ เสนอแนวทางดำเนินการต่อมหาเถรสมาคม

ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติหลายพันปี

แทบไม่เคยมีช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากศึกสงคราม

เพราะหากมิใช่รบกับต่างแคว้นต่างชาติพันธ์

ก็เปิดศึกแย่งชิงความเป็นใหญ่ในหมู่เหล่าตนเอง


เพราะตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์ย่อมยังไม่บริสุทธิ์ 100 %

จิตจึงเจือด้วยความโลภความโกรธและความหลง

ยังติดอยู่ในอารมณ์ อำนาจ และลาภ ยศ สรรเสริญ 

การตัดสินใจจึงมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้มากมาย

ไม่ว่าจะหมุนเวียนเปลี่ยน"ผู้ปกครอง"ไปกี่ยุคกี่สมัย

ก็เป็นดัง"เหล้าเก่าในขวดใหม่"เพราะกิเลสยังคงตัวเดิม


พระพุทธศาสนาอย่างน้อยก็สืบทอดกันมากว่า 2500 ปี

ถือเป็น"องค์กร"ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

เพราะผู้ที่ทรง"สถาปนา"ขึ้นเป็นผู้ที่ห่างไกลจากกิเลสแล้ว

มิได้มีความปรารถนาเยี่ยงปุถุชนคนสามัญทั่วๆไป

แต่เป็นผู้ที่พ้นโลกแล้วและได้ทรงทิ้ง"มรดกธรรม"นี้ไว้ให้


คณะสงฆ์ยึดมั่นอยู่ใน"ธรรมและวินัย"ของพระพุทธองค์

ไม่ตัดทอนคำสอนหรือสิ่งที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้

และจะไม่บัญญัติในสิ่งที่พระองค์มิได้ทรงบัญญัติขึ้น

"คณะสงฆ์"จึงปกครองหมู่สงฆ์ด้วยดีมาได้จนถึงทุกวันนี้


แต่การที่จะให้"ฆราวาส"เข้ามาเป็นใหญ่เป็นประธาน

ตัดสินชี้ขาดในการบริหารงานของพระพุทธศาสนา

รวมถึงการออกกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้พระปฏิบัติตาม

โดยอ้างว่าเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของภาพรวม

จึงมองเป็นอื่นไปมิได้นอกจากความต้องการจะทำลายสงฆ์.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันพุธ

หลักการชีวิต





พระเทพรัตนสุธี..​สมศักดิ์ โชตินฺธโร

หรือหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี

ท่านเป็นคนบางยี่โถ จ.ปทุมธานีโดยกำเนิด

บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 14 ปีที่วัดเขียนเขต

ตั้งใจจะบวชหน้าไฟแค่ 7 วันให้โยมลุงที่เสียชีวิต

แต่คงเป็นบุญเก่าของท่านและบุญของพระศาสนา

ที่จะได้"เพชรเม็ดงาม"ผู้เพรียบพร้อมด้วยศีลาจารวัตร

จึงทำให้ท่านเกิดเปลี่ยนใจอยู่ต่อเพื่อศึกษาพุทธธรรม

นอกจากจะรักในคันถธุระคือการศึกษานักธรรมบาลีแล้ว

ท่านยังเชี่ยวชาญในวิปัสสนาธุระตามแนวสติปัฏฐาน 4

ทำให้ท่านมีจิตใจมั่นคงไม่หลุดไปกับอารมณ์และโลกธรรม

การที่ท่านเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อคดีของธรรมกาย

จึงมิวายที่จะต้องรองรับแรงกดดันนานัปประการ

รวมถึง"คำสั่ง"ที่ต้องให้เป็นไปดังที่หลายฝ่ายต้องการ

ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและสื่อบางสำนักที่คอยเสนอข่าวชี้นำ

แต่ท่านก็ยังยืนหยัดอยู่บนธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคม

มิได้ผ่อนปรนไปตามกระแสสังคมแม้จะไม่ถูกใจคนทั้งหลาย

เพราะนี่ก็คือวิสัยของผู้นำที่มีคุณธรรมและมากไปด้วยเมตตา

สมกับศักดิ์ฐานะของ"หลวงพ่อ"ผู้ชื่อว่ารักในความยุติธรรม

ยอมที่จะถูกผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่ากล่าวให้ร้ายและติฉินนินทา

แต่ว่าจะไม่มีทางยอมกระทำผิดต่อ"หลักการ"ของชีวิต.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันอาทิตย์

อารมณ์สบาย



คำสอนอันทรงคุณค่า..

"ถ้าทั้งวันทั้งคืน มีอารมณ์ดี อารมณ์สบายตลอดเวลา

ก็จะทำให้ง่ายต่อการฝึกใจ ให้มันหยุด ให้มันนิ่งได้

อารมณ์ดี อารมณ์สบาย เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

สำหรับผู้ที่มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร

หวังจะทำพระนิพพานให้แจ้ง

แล้วก็ต้องหมั่นสอนตัวเองให้ได้ทุกวัน ให้ได้ทั้งวัน

สิ่งใดที่เป็นบาปอกุศล เราก็เพียรลด ละ เลิก

สิ่งใดที่เป็นกุศล ก็เพียรทำให้มันเจริญ

นึกถึงบุญ นึกถึงความดี ความบริสุทธิ์ของเรา

แล้วก็ทำใจให้ใสๆ นึกบ่อยๆ ความใสจะมาเอง

แล้วก็จะเพิ่มความใส ทวีขึ้นไปเรื่อยๆ

ใจก็จะย่ิงมีปิติ มีความสุข จะเป็นหนึ่ง เป็นเอกัคคตา

มีอารมณ์เป็นหนึ่ง เป็นกลางๆ บริสุทธิ์ แล้วก็มีความสุข"

>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันเสาร์

จิตใจพระโพธิสัตว์




มีความพยายามจะสร้างวาทะกรรมต่างๆนาๆ

เพื่อให้ดูว่าวัดพระธรรมกายสอนให้คนงมงาย

เช่นคำว่า.. ซื้อบุญหรือทำบุญจนหมดตัว

แม้กระทั่งคำว่า..ทำมากกว่าก็ได้ไปสวรรค์ชั้นสูงกว่า

ล้วนแต่เกิดจากผู้ที่ไม่เข้าใจหรือไม่อยากจะเข้าใจ

จนแผ่ขยายในวงกว้างเกิดเป็นความ"หลงเชื่อ"

ทำให้ผู้ที่ไม่เคยศึกษาเรื่องราวความจริงของชีวิต

ไม่เคยได้ฉุกคิดและ in ไปในวาทะกรรมเหล่านี้

จนสูญเสียโอกาสเรียนรู้ตัวอย่างดีๆใน"พระไตรปิฎก"

วัดพระธรรมกายมิเคยสอนให้คนทำบุญแบบที่กล่าวนี้

เพียงนำเรื่องการสร้างบารมีของสัตตบุรุษในกาลก่อน

มาสอนให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ถึงการ"ขยายใจ"

รักในการให้ทานซึ่งก็ตรงกันข้ามกับคำว่า..โลภ

มันจึงเป็นอะไรที่ฝืนกับความรู้สึกของผู้ที่ไม่เคยได้สัมผัส

กับคำว่า"ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก"เพราะไปมักคุ้นกับการรับ

มือใครยาวก็สาวได้สาวเอา.. ยิ่งมากก็ยิ่งดี

เพราะฉะนั้น..จงอย่าได้เอาความคิดแบบ"ชูชก"

มาสร้างวาทะกรรมกลบความดีของพระเวชสันดร.!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันศุกร์

คนว่างงาน




"ไพบูลย์ นิติตะวัน"อดีตประธาน คกก. ปฏิรูปศาสนา

เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระโสภณพุทธิวิเทศ"เจ้าคุณเบอร์ลิน"

ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและพรบ.คอมพิวเตอร์

"ว่าจำเลยได้นำภาพของโจทก์และพุทธอิสระมาโพสต์

พร้อมข้อความที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่น"

ศาล"ยกฟ้อง"เพราะพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก.!!!

"ไพบูลย์"นั้นเป็นตัวตั้งตัวตีในการเล่นเรื่อง..รถหรู

โดยมี"พุทธอิสระ"คอยผสมโรงให้ความช่วยเหลือ

จนสามารถเป็นคดีพิเศษเข้าไปถึงมือของ DSI

จากนั้นก็เดินหน้าสร้างประเด็นต่อในคดี"ธรรมกาย"

ก็ไม่วายต้องมี"พุทธอิสระ"คอยร่วมด้วยช่วยกัน

จนเป็นที่มาของ"คลิปดัง"ที่ไปสั่งงานท่าน ผอ.พศ

จน"พงศ์พร"ต้องรีบออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่..ลูกน้อง

และ"ไพบูลย์"ยังมีหน้าไปเสนอให้แก้กฎหมายสงฆ์

ดีที่ตรง สนช. ไหวตัวทันไม่เด้งรับ"ระเบิด"ลูกนี้

เพราะคงต้องโดนต้านอย่างหนักจากสงฆ์ทั้งแผ่นดิน

ตามคำที่"ออมสิน"รมต.สำนักนายกกล่าวไว้ที่นิวซีแลนด์ว่า

"นายก"ยังบอกว่ามันเป็นข้อเสนอของ"คนที่ไม่มีงานทำ"


>>>>>>>>>>>>>>>>>>


ไม่ว่างแล้วนะ




ปู่:  เป็นไง..พอว่างคุยหรือยัง?

มหา:  ไม่เอาแล้ว..ผมไม่คุยกับปู่แล้ว

ปู่:  ทำไม..ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ?

มหา:  ก็งานนี้ปู่เล่นแรงเกิ๊น!!

ปู่:  เอาน่า..ต่อไปไม่มีแล้ว

มหา:  ไม่มีต่อไปแล้ว..มันจบแล้วครับปู่.!!!

ปู่:  แล้วนี่จะฟ้องฉันจริงๆเหรอ?

มหา:  ฟ้องไปก็เท่านั้น..ใครทำไรปู่ได้

ปู่:  แล้วจะให้ฉันทำอย่างไร?

มหา:  ก็ปู่เคยรับปากอะไรคุณจอมขวัญไว้หละ

ปู่:  รับปากเรื่องไร?..ฉันก็จำไม่ค่อยได้ซะด้วย

มหา:  ก็ที่บอกว่าถ้าไม่สำเร็จปู่จะสึกไง

ปู่:  เออ..แค่นี้ก่อนนะ"นายก"โทรมา

มหา:  จริงดิ๊..นายกรัฐมนตรี?

ปู่:  นายกสมาคมเก็บศพไม่มีญาติ

มหา:  @#$%^&* 


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันพฤหัสบดี

เจ้าประคูณอิสระ




ถ้าความเสียหายมันแค่หลายแสน

พุทธอิสระก็คงไม่ต้องรีบออกมาขอโทษ

แต่เพราะงานนี้มันเป็นหลักหลายล้าน

กับจำนวน"ผู้ชม"คลิป..ปู่สั่งงาน.!!!

ถ่ายกันซะชิดชนิดภาพไม่มีไหวติง

มันจึงย่ิงกว่าชัดว่างานนี้ปู่ขอ"โชว์เพาว์"

ถึงแม้จะพยายามโบ้ยว่ามีหนอนบ่อนไส้

มันก็"ดีต่อใจ"ของปู่กับพี่มหาแค่สองคน

ส่วนคนอื่นๆเขาก็คงพยายามเชื่อที่ปู่แถ ลง 

ทำให้พี่มหาพงศ์พรนอนไม่หลับทำใจรับไม่ได้

กับคำว่า"ลูกน้อง"ของพุทธอิสระ

เพราะเป็นถึงผอ.พศ. แต่ถูกสั่งเหมือนเด็กฝึกงาน

มันเป็นการลดศักดิ์ศรีพี่มหากันไปหน่อย

ถึงแม้จะมีหน้าที่รับใช้พระสงฆ์องค์เจ้าก็จริงอยู่

แต่อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่พระสุวิทย์ธรรมดาๆ

ก็ถ้าปู่ได้เป็นท่านเจ้าประคูณพุทธอิสระเมื่อไร

ตอนนั้นอย่าว่าแค่สั่งงานผ่านโทรศัพท์เลย

เรียกให้ไปชงกาแฟถึงกุฏิก็ยังได้นะขอรับ.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>


วันพุธ

อะไรก็ยอมเธอ


ฟังคลิป


"ไม่ดีหรอกน๊า..อย่าทำอย่างนั้นเลย

หลอกลวงกัน..เธอนั้นจะได้อะไร

สิ่งที่เธอทำมันรุนแรง..แกล้งทำให้ใจฉันเจ็บ"

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่"พงศ์พร"ต้องฉุน

เพราะงานนี้พุทธอิสระเล่นได้หน้าไปคนเดียว

สั่งการ ผอ.พศ. เหมือนกับสั่งเด็กวัดตัวเอง.!!

แบบว่ามือใหม่หัดขับเลยต้องติวเข้มกันหน่อย

ปู่ก็ต้องใจเย็นนิสเพราะพี่มหาเขายังใหม่

รับงานธรรมกายมายังไม่ทันถึงสองเดือน

จะให้ช่ำชองแบบปู่ที่ผ่านงานมาเป็นปีได้ไง

ก็ต้องค่อยๆสอนค่อยๆเรียนรู้กันไป

แต่ถึงอย่างไรก็"เชื่อฟัง"คำสั่งปู่ไม่เปลี่ยนแปลง.!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ผจญมาร


อ่าน ผจญมารภาคก่อนบวช


"ทัตตชีโว"หลวงพ่อรองของวัดพระธรรมกาย

ตลอดชีวิตอบรมศิษย์มามากมายหลายแสนคน

ทุ่มเททำงานพระศาสนาแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์

ก็มิเคยคิดจะมองย้อนกลับแบบฆราวาสวิสัย

มีแต่สร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไปเยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์

สมกับฉายาที่พระอุปัชฌาย์ท่านตั้งให้ว่า..

ทัตตชีโว..ผู้บวชอุทิศตนต่อพระพุทธศาสนา.!!!

ช่วงนี้ก็คงเป็นการ"ผจญมาร"อีกครั้งของหลวงพ่อ

แต่เหล่ามารก็คงมิอาจจะทำอะไรกับพระพ่อได้

ด้วยตบะเดชะบารมีที่พระพ่อได้สั่งสมมาดีแล้ว

ขอให้ผู้มีบุญที่พบเห็นหลวงพ่อได้กลับตัวกลับใจ

อย่าได้ตกเป็นเครื่องมือของใครมาทำลายศาสนา

แต่หากว่ากิเลสหนาปัญญาหยาบมิยอมสำนึกรู้ตัว

ก็ขอให้"แพ้ภัย"ตัวเองไปโดยเร็วพลันด้วยเทอญฯ


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ผจญมารก่อนบวช





ประวัติของหลวงพ่อทัตตชีโว ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์  อ่าน

แล้วก็จะรู้ว่าบุคคลที่มีจิตปณิธานแบบนี้หรือ ที่จะไปทำเรื่องราวแบบที่

ข่าวกำลังพยายามชี้นำสังคม... รับรองว่าสนุกสนานตื่นเต้นทีเดียวกับ

อิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ในแบบขุนแผนยุค 2500




























วันอังคาร

พงศ์พรโมเดล


ดูคลิป

ในที่สุดก็เป็นไปตามที่ไอ้เรืองมันคาด

ปลด"พนม ศรศิลป์"เพื่อ"พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์"

มันเป็นเล่ห์ที่วางไว้เพื่อเล่นงานธรรมกายมาแต่ต้น

ก็เพิ่งรู้ว่าท่าน ผอ.พศ. ตั้ง"พุทธอิสระ"เป็นที่ปรึกษา

ถึงมิน่านโยบายต่างๆที่ออกมาจึงตรงตามที่..

เจ้าของ"กรวยศักดิ์สิทธิ์"พูดไว้ก่อนทุกประการ!!!

ครั้งนี้คิดจะเล่นของสูงด้วยการสั่งให้พระผู้ใหญ่

ทำผิดพระธรรมวินัยในการแต่งตั้งเจ้าอาวาส.!!!

โดยตัวท่าน ผอ.พศ. เองก็ข้ามห้วยมาจาก DSI

จึงคิดจะมาใช้"พงศ์พรโมเดล"กับกรณีธรรมกาย

แต่งตั้งโยกย้ายเจ้าอาวาสข้ามวัดตามอำเภอใจ.!!!

แต่จะบอกให้ว่า..มันไม่ง่ายเหมือนที่พี่มหาคิดหรอก

เพราะทั้งกฎมหาเถรสมาคมและพระธรรมวินัย

มันไม่ได้เอื้อให้พี่มหาทำได้ตามคำสั่งท่านที่ปรึกษา

เดินตามใครไม่เดิน..มาเดินตาม"สุวิทย์"แห่งอ้อน้อย

ก็คงจะเป็นเพราะ"ฟ้าลิขิต"ให้ชีวิตต้องมาเจอกัน.!!!

อยากจะเตือนให้พี่มหารักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีๆ

เพราะอาจารย์วิทย์ ณ.อ้อน้อยของพี่มหาพงศ์พร

ก็มองไม่ค่อยจะเห็น"เงาหัว"แล้วนะจะบอกให้.!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

มรดกธรรม




47 ปีกับการเริ่มต้นจากทุ่งนาฟ้าโล่ง

ในสมัยที่ทุ่งรังสิตยังเป็นอะไรที่ไกลปืนเที่ยง

มิต้องกล่าวไปถึงคลองสาม..แทบไม่มีคนรู้จัก.!!

หลังจากชุดบุกเบิกตกลงปลงใจกันว่าเอาแน่

การเผยแผ่ก็เริ่มขึ้นด้วยการเน้นไปที่"สร้างคน"

ดังที่"คุณยาย"เคยถามหลวงพ่อรอง"ทัตตชีโว"ว่า

"การจะสร้างให้คนคนหนึ่งซื่อสัตย์สุจริต..

รักในการทำความดีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน..

จะต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่าไร"?

เงินเริ่มต้นจำนวน 3,200 บาท แม้เป็นตัวเลขน้อยนิด

แต่ที่กล้าคิดก็เพราะ"หัวใจ"รักในพระพุทธศาสนา

ของหมู่คณะที่ตั้งใจจะสร้างวัดถวายเป็นพุทธบูชา

จึงมิได้นำพาต่ออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง.!!!

วันนี้"มโนปณิธาน"สืบทอดต่อมาถึงลูกศิษย์ทั้งหลาย

ที่แม้จะมาไม่ทัน"สร้าง"แต่ก็ทันกับการช่วย"รักษา"

โดยสละความสะดวกสบายมาร่วมกันสวดมนต์แผ่เมตตา

และตั้งจิตปรารถนาว่าจะขอทำหน้าที่ของชาวพุทธฯ

ตามอย่างบรรพบุรุษและจะไม่มีวันยอมให้

"มรดกธรรม"อันล้ำค่านี้ต้องมาล่มสลายในยุคของเรา.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันจันทร์

ใจเย็นนะครับคุณลุง



ดูคลิป

ณ.วันนี้ลูกศิษย์ทั้งหลายก็ยังไม่ได้ทำอะไรใหม่

ตั้งอกตั้งใจกันสวดมนต์"ธัมมจักกัปปวัตนสูตร"

ไปให้ถึงเป้าหมาย 40,000,000 จบถวายเป็นพุทธบูชา

ในวันพระขึ้น15 ค่ำเดือน5 ตรงกับวันอังคารที่11 เม.ย นี้.!!

สารพัดคดีที่"ถาโถม"เข้าใส่วัดพระธรรมกาย

ทำเอากองเชียร์หัวใจจะวายวันละสามรอบ

ถึงวันนี้ก็ขี้เกียจจะไปจำแล้วว่ากี่ร้อยกี่พันคดี

เพราะ"ลุงศรี"ท่านขยันโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

ขึ้นเหนือล่องใต้..บินไปตะวันออก..โผล่ไปตะวันตก

กล่าวได้ว่าเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง

แต่เหตุไฉนวันก่อนลุงถึงได้ไป"ระเบิด"อารมณ์ใส่เด็ก

เพียงแค่เขาอยากจะเก็บภาพหล่อๆของลุงไว้

จากที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์

พอได้เจอตัวจริงเลยอดที่จะตื่นเต้นมิได้.. ก็แค่นั้น!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>

ละครหลังข่าว




จากคดีรับของโจร&ฟอกเงิน

ซึ่งก็ยังมิได้"พิสูจน์"ว่าจริงเท็จประการใด

เพราะความไม่เชื่อใจในกระบวนการสอบสวน

จาก"พิรุธ"หลายๆครั้งในหลายๆเหตุการณ์

บานปลายจนมาเป็นรัฐอิสระที่ขัดขืนกฎหมาย

ถึงกับต้องยกกำลังกันมาล้อมปราบด้วย ม. 44

ผลาญงบประมาณไปร้อยกว่าล้านบวกกับสองชีวิต.!!!

และเมื่อไม่เจอบุคคลและสิ่งผิดกฎหมายภายในวัด

เลยต้องงัดเอาคดีปั่นหุ้นขึ้นมาเพื่อซื้อพื้นที่หน้าสื่อ

เพราะจะได้เข้ากับข้อหาฟอกเงินที่ตั้งธงไว้แต่แรก

แต่ก็คงเป็นแค่"ละครหลังข่าว"ด้วยไม่เคยมีหลักฐาน

มันคืองานแสดงที่ต้องการเพียงเพื่อจะ..ดิสเครดิต!!!

ฉากต่อมาจึงเป็นการพบอาวุธสงครามครั้งใหญ่

โดยพยายามโยงใยให้กลับเข้ามาถึงธรรมกาย

กลับกลายเป็น"ปาหี่"ที่ชาวโซเชียลจับได้ว่าไม่เนียน

ก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีมุกหรือเปือกหอยใดๆมาอีก

แต่เชื่อว่าในที่สุด"สวรรค์มีตา"หมู่มาราจะพินาศ!!!

เหลือไว้แค่ซากเป็นอุทธาหรณ์สอนใจ

ว่าสมัยที่พวก"คนดี"และ"พุทธแท้"เป็นใหญ่

พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษสละชีวิตช่วยกันรักษา

เกือบจะล่มสลายไปด้วยน้ำมือของผู้ที่เข้ามา

ด้วยคำพูดสวยหรูว่า..จะธำรงค์ไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา

แต่กลับเลือกใช้"วิธี"ที่ย่ำยีหัวใจของชาวพุทธ

และจุดชนวนความแตกแยกของชนในสังคม

อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ชาติไทย.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันอาทิตย์

เราเกิดมาสร้างบารมี




อายุเฉลี่ยมนุษย์ยุคนี้ก็แค่ 75 ปี

หากคุณกำลังได้ดีมีสุขก็ควรถนอมไว้ให้ดี

เพราะไม่มีใครสามารถจะอยู่ได้นิรันดร์กาล

ส่วนคนที่รู้สึกว่าแต่ละวันคืนช่างยาวนาน

ก็อย่าเพ่อใจร้อน..เพราะยิ่งมืดก็ยิ่งใกล้สว่าง

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจย่อมยังมีความหวัง.!!!

ผู้มีบุญญาย่อม"เห็นแจ้ง"โลกว่าเป็นดั่งโรงละคร

มนุษย์เป็นเพียงแค่หุ่นให้บุญและบาปเชิด

จึงไม่เคยประมาทในการดำเนินชีวิต

แม้ต้องลำบากกิน..ลำบากนอน..ตากแดดตากฝน

สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคย"บั่นทอน"กำลังใจในการทำความดี

กลับยิ่ง"ดีใจ"ที่ได้ใช้ชีวิตทุกอณุวินาทีอย่างมีคุณค่า

สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา

ทุ่มเทเรี่ยวแรงและสติปัญญาร่วมกันแก้ไขอุปสรรค

ของเก่าก็ชดใช้กันไป ของใหม่ก็สั่งสมกันขึ้นมา

เพื่อว่า..ต่อไปในอนาคตภายภาคเบื้องหน้า

จะได้สร้างบารมีกันอย่างสะดวกสบายย่ิงๆขึ้นไป.!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เป็นเรื่องของศรัทธา




ไม่มีสังคมไหนไม่ว่าประเทศใดๆในโลกนี้

จะสามารถทำให้คนทั้งหมดคิดเหมือนกันได้

ไม่เว้นแม้แต่ระบบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีสมองและความคิด

พัฒนาชีวิตไปสู่"เป้าหมาย"ที่ได้เลือกสรรแล้ว.!!!

สิ่งที่บ้านเรากำลังทำจึงเป็นการถอยหลังลงคลอง

อยากจะให้คนอื่นคิด..พูด..เหมือนที่ตัวทำเท่านั้น

หากใครบังเอิญมีความคิดเห็นที่แตกต่าง..

ก็แสดงว่าจะต้องวางตัวเป็นศัตรูกันเท่านั้นหรือ..

ทำไมถึงอยู่ร่วมกันในความเห็นที่แตกต่างไม่ได้.???

เพราะความต่างมิใช่สิ่งที่นำมาซึ่งความแตกแยก..

แต่การบีบบังคับให้ผู้อื่นทำตามด้วยอำนาจต่างหาก..

จึงเป็นการสร้างความ"ร้าวฉาน"ให้เกิดขึ้นในสังคม.!!!

มนุษย์ทุกคนย่อมมีความคิดเป็นของตนเอง..

ขอเพียงไม่ไปสร้างความเดือดร้อนแก่บุคคลอื่น

คุณ ป. อาจจะชอบเครื่องลางของขลัง..

ในขณะที่คุณ ส. เขาชอบไหว้พระสวดมนต์.!

บางคนอาจจะชื่นชอบชมรมพระเครื่อง

ในขณะที่อีกคนชมชอบการบริจาคให้ทาน.!

มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่อนุญาติไว้ในกฎหมาย

แล้วทำไมถึงไปบังคับให้คนอื่นต้องทำตาม

แค่ฉันชอบพระวัดนั้น.. ไม่ชอบพระวัดนี้

ก็ไม่เห็นต้องทำลายความเชื่อของคนอีกมากมาย

เพียงเพราะตัวเองและพวกมิได้..ศรัทธา!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันเสาร์

เกมวัดใจ





"ไพบูลย์ นิติตะวัน"หลังจากผิดหวัง

กับการเข้าค้นภายในวัดพระธรรมกาย

จึงต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนทุกวิถีทาง

ที่จะต้องทำภารกิจให้ลุล่วงให้จงได้

เพราะมันหมายถึง"งาน"ที่รับมากว่าสองปี

แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววแห่งความสำเร็จ

ได้แต่เกือบจะไปถึงฝั่งฝันเมื่อตอนใช้ ม.44

และเมื่อยังไม่สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์

จึงจำต้องพยายามเดินเกมทางคณะสงฆ์ต่อไป

แต่พระผู้ใหญ่ต่างก็"รู้เช่นเห็นชาติ"ของบุรุษนี้

ไพบูลย์จึงต้องหันหนีพระหวังจะพึ่งพาพันธมิตรเก่า

ก็ดูกันว่าพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์จะว่าไง.??

ยอมปล่อยให้ไพบูลย์ทุรนทุรายไปคนเดียว

หรือจะโดดลงไปร่วมวง"ไพบูลย์"กับปลักนี้

ก็ต้องวัดใจ ผอ.พศ. คนใหม่คนนี้กันแล้วหละ.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เสื่อซุ่มมังกรซ่อน






ตั้งแต่ 16 ก.พ จนถึง 10 มี.ค ที่ผ่านมา

คงไม่มีข่าวไหนได้รับความสนใจมากไปกว่า

ยุทธการ"ยึดคลองสาม"ด้วย ม.44

120 ล้านบาท กับ 2 ชีวิตที่ต้องสังเวย.!!!

กองเชียร์ที่เรียกตัวว่า"พุทธแท้"ก็อยากจะให้เผด็จศึก

โดยไม่ต้องไว้ไมตรีหรือคำนึงถึงมนุษยธรรม

ขณะที่อีกฝ่ายก็ตั้งรับอยู่ในฐานด้วยการ"สวดมนต์"

พร้อมกับแผ่เมตตาเพราะคิดเสียว่าเป็น..กรรมเก่า

พระท่านว่า.."กรรมนั้นเป็นเหมือนเงาตามตัว

ไม่ว่าจะหนีขึ้นฟ้าหรือมุดลงน้ำก็หนีไปไม่พ้น".!!!

มันก็เหมือนกับเสือร้ายที่"คอยซุ่ม"อยู่อย่างเงียบกริบ

รอจนเหยื่อเผลอเมื่อไรก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าขย้ำ

พวกธรรมกายจึงต้องทำตัวดุจมังกรเฝ้าถ้ำ

ได้แต่รอเวลาให้กรรมเบาบางค่อยๆหมดไป

คอยจน"เสือร้าย"กลายเป็นแมวเหมียวแล้วเมื่อไร

วันนั้นจึงค่อยแปลงร่างกลับกลายเป็นมังกรฟ้า

"คืนชีพ"ทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาอีกครั้งหนึ่ง.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ทำเป็นขบวนการ


ดูคลิป


ขู่มาตลอด.. คอยหาเรื่องมาให้เสมอ

"ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ"อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน3

หนึ่งในคณะทำงานร่วมคดีรับของโจร&ฟอกเงิน

เจ้าของวลี.."เจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้งข้อหาในวัดไม่ได้"

เพื่อปูทางนำไปสู่การออกหมายเรียกและหมายจับ

และเมื่อวันนี้ไม่สามารถค้นพบบุคคลตามหมาย

จึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปที่หลวงพ่อรอง"ทัตตชีโว"

ด้วยการกล่าวหาผ่านสื่อไปก่อนแล้วตรวจสอบภายหลัง

"ขบวนการสอบสวนให้โอกาสในการแก้ข้อกล่าวหา..

เพราะไม่ได้ปักใจว่าเขาต้องเป็นคนทำ..

ถ้าบริสุทธิ์ต้องมาชี้แจง ถ้าไม่มาชี้แจงก็เป็นพิรุธ..

ซึ่งขณะนี้เราพบที่อยู่ในข่ายสงสัยแล้ว..

แต่ต้องรอหลักฐานประกอบด้วย"นายขจรศักดิ์ กล่าว

ลำพังเรื่องแค่นี้"ขจรศักดิ์"ยังให้ความยุติธรรมไม่ได้..

แล้วจะให้เชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนได้อย่างไร.???

เพราะฉะนั้น.."ก็ขอสงสัยไปก่อนว่าขจรศักดิ์คงรับงานมา..

เพื่อต้องการล้มล้างธรรมกายโดยมี"อะไร"เป็นรางวัล..

เพราะขยันเหลือเกินในการสร้างข้อกล่าวหารายวัน..

แต่ก็ไม่ปักใจเชื่อว่าทำคนเดียวคงต้องมีพรรคพวก..

เพราะพฤติกรรมน่าสงสัยแต่ต้องรอหลักฐานประกอบด้วย"

และถ้าคิดว่าบริสุทธิ์ก็น่าจะออกมาชี้แจงด้วยนะ.. ตะเอง.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วันพฤหัสบดี

อย่าเอาแค่สนุกปาก




คนไทยโดยเฉพาะชาวพุทธจะไม่"ติพระ" 

เพราะปู่ย่าตายายท่านสอนไว้ว่ามัน..บาป!!!

ในอดีต.. นายช่างทองทะเลาะกับภรรยาตัวเอง

แล้วพูดแดกดันภรรยาต่อหน้าพระที่มาชวนสร้างเจดีย์ว่า

"เธอจงโยนพระศาสดาของเธอลงน้ำไปเสีย" 

แต่พอได้สติก็รีบกราบขอขมาที่แทบเท้าของพระเถระ 

พร้อมกับทำหม้อดอกไม้ทองคำ 3 หม้อไปบูชาในเจดีย์

ที่บรรจุพระธาตุแล้วขอให้พระศาสดาทรงอดโทษ

แม้จะได้สมาลาโทษต่อทั้งพระภิกษุและพระเจดีย์แล้ว 

แต่วิบากกรรมยังคงส่งผลให้ต้องถูกนำไปลอยน้ำ

ตั้งแต่เป็นทารกแรกเกิดอยู่หลายภพหลายชาติ.!!!

เจดีย์เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระพุทธองค์ 

การเรียกหาพระเจดีย์ในเชิงดูหมิ่นเหยียดหยาม 

จึงเป็นสิ่งที่ชาวพุทธไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

ติพระแค่องค์เดียวบรรพบุรุษยัง"ห้ามนักห้ามหนา" 

แล้วถ้า"ล้านองค์"วิบากกรรมมันจะหนักหนาขนาดไหน

ช่างทองแค่ประชดภรรยาตัวเองว่า..ให้โยนลงน้ำ

ยังโดนนำไป"ลอยแพ"ตั้งแต่เกิดมาหลายร้อยชาติ

แต่ที่รอดมาก็เพราะสำนึกได้แล้วรีบไปกราบขอขมา

ส่วนพวกที่ชอบพูดเอาฮาว่า"จานบิน"ก็พึงระวังไว้ว่า 

ชาติต่อๆไปเมื่อคลอดออกมาแล้วอาจจะ..บินได้

แต่จะเป็นลักษณะไหนก็คงต้องรอลุ้นกันเอาเอง.!!!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ออง ซาน ซูจี





ถ้าเอ่ยถึง..ยาขอบ ก็ต้องนึกถึง"ผู้ชนะสิบทิศ"

ไม่ว่าจะเป็นจะเด็จ..พระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดี

หรือมหาเถรคันฉ่องกุโสดออดีตขุนพลผู้ออกบวช

รวมถึงสองยอดสตรีแห่งอาณาจักรพุกาม

ตะละแม่จันทราและตะละแม่กุสุมาแห่งเมืองแปร

ผู้ซึ่งมีความ"งดงาม"ทั้งภายนอกและภายใน.!!!

ได้แต่เก็บความสงสัยว่าจะงามจนถึงระดับไหน

จนได้เห็นภาพของ"ออง ซาน ซูจี"ในอิริยาบทนี้

แม้วัยของ"ตะละแม่"จะล่วงเลยมาถึง 72 ปีแล้ว

แต่ก็มิสามารถที่จะกลบความงามของแม่นางได้

แค่การ"ประนมมือ"แสดงความเคารพต่อพระสงฆ์

ก็เห็นถึงความเลื่อมใสอย่างจริงใจต่อพระรัตนตรัย

แม้เป็นถึงประธานพรรคและรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล

แต่ก็ยังให้ความเคารพพระโดยมิได้มีความถือตัว

ดำรงตนเป็น"ต้นแบบ"ของพุทธศาสนิกชนที่ดี.!!!

ส่วนเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา

วันนี้ยังปล่อยให้ไพบูลย์ นิติตะวัน มโน เลาหวณิช

รวมถึงเจ้าของกรวยศักดิ์สิทธิ์ สุวิทย์​ ณ อ้อน้อย

ออกมาเที่ยวเพ่นพ่านสร้างความเสื่อมเสียเอือมระอา..

เมื่อไรจะถึงเวลาที่"ผู้นำ"บ้านนี้เมืองนี้จะมีความจริงใจ

ต่อพระพุทธศาสนาเหมือนกับ"ตะละแม่ซูจี"กันเสียที.!!!


>>>>>>>>>>>>>>>>

วันพุธ

ถวายเป็นพุทธบูชา





บ้านมีกฎบ้าน.. วัดมีกฎวัด

ถ้านิมนต์หลวงพี่ท่านไปบริหารบ้านเมือง

ก็คงไม่ทันอกทันใจพวกขาโจ๋ทั้งหลาย

ครั้นจะให้ฆราวาสเข้ามาจัดระเบียบวัด

ก็คงมีแต่เรื่องให้ปวดหัวตัวร้อนฉันนั้น

เพราะ"เป้าหมาย"ชีวิตมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ความปรารถนาของคนทั่วไปก็คือ..

ทรัพย์.. ยศ.. เกียรติ.. อำนาจ.. วาสนา.. บริวาร

จึงต้องแสวงหาเพื่อความสมบูรณ์พร้อมของชีวิต

ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาให้อยู่นานน้านนาน.!!!

หากให้มาบริหารจัดการวัดก็คงหนีไม่พ้น

วันๆคงคิดแต่เรื่องเงินๆทองๆ ถังจะเต็มหรือถังจะแตก

ส่วนหนทางของพระก็เดินตามหลัก"ไตรสิกขา"

นั่นก็คือศีล.. สมาธิ.. และปัญญา

ถ้าเป็นของส่วนตัวก็ขอแค่พอกินพอใช้

แต่ถ้าเพื่อการขยายงานพระพุทธศาสนาแล้วไซร้

ทำใหญ่ได้แค่ไหนก็ทุ่มเททำกันให้เต็มที่

เพราะไม่ได้จะทำให้ใครแต่ตั้งใจถวายเป็น"พุทธบูชา"

>>>>>>>>>>>>>>>>>

ต้นตอของปัญหา






หลังจากวางระเบิดไว้ก็ทำตัวกลืนหาย

ปล่อยให้ DSI และทางวัดไปถอดชนวนกันเอง

"ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ"อัยการพิเศษ ฝ่ายสอบสวน 3

หนึ่งในคณะทำงานร่วมคดีรับของโจร&ฟอกเงิน

"เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาในวัดได้"

คือคำยืนยันอันหนักแน่นของอัยการท่านนี้

จนเป็น"ที่มา"ของความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง!!!

ครั้งนี้โผล่มาพร้อมกับข้อหา"เอาเงินบริจาคไปเล่นหุ้น"

คดีสหกรณ์ฯจนถึงวันนี้ก็กินเวลาเกือบสิบปีแล้ว

"ขจรศักดิ์"เพิ่งรู้ว่ามีการนำเงินบริจาคไปเล่นหุ้น.???

หรือรู้ตัวว่ากำลังถูกมองว่าเป็น"ต้นตอ"ของปัญหา

จึงต้องรีบชิงสร้างประเด็นใหม่ๆขึ้นมา

เพื่อกลบเกลื่อนและปกปิดความผิดของตัวเอง.???

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>